ประเมินโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดอุดตัน

ยาลอราเซแพม (Lorazepam) หรือยาเอติแวน (Ativan) ใช้รักษาอาการวิตกกังวล (Anxiety) อยู่ในกลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) ออกฤทธิ์ที่สมองและระบบประสาทส่วนกลาง มีผลทำให้เกิดการสงบระงับ (Calming effect) โดยยาจะไปปรับสารเคมีตามธรรมชาติของร่างกายให้ดีขึ้น ซึ่งเรียกสารนั้นว่า GABA (Gamma-aminobutyric acid) เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยผ่อนคลายและบรรเทาความเครียด วิตกกังวล และความกลัว

เริ่มทำแบบประเมิน

ประเมินโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดอุดตัน
ข้อ 1 / 14


1. อายุ: ชายมากกว่า 45 ปี, หญิง มากกว่า 55 ปี

2. มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดอุดตัน ก่อนวัยอันควร (ชาย ก่อนอายุ 55 ปี, หญิง ก่อนอายุ 65 ปี)

3. สูบบุหรี่

4. คำนวน BMI

  • น้ำหนัก(กก.)
    สูง (เซนติเมตร)

5. ไม่ค่อยออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายน้อยกว่าวันละ 30 นาที

6. มีระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือด สูงเล็กน้อย : 200 - 239 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

7. มีระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือด สูง: มากกว่า 240 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

8. มีระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือด ปกติ: แต่เคยมีประวัติ มากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

9. มีระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงกว่า 150 มิลลิกรัม / เดซิลิตร

10. มีระดับ เอช ดี แอล คอเลสเตอรอลในเลือดน้อยกว่า 40 มิลลิกรัม / เดซิลิตร

11. มีระดับความดันโลหิตสูงเกินกว่า 140 / 90 มิลลิเมตรปรอท

12. มีความเครียดสูง จากการทำงานและชีวิตประจำวัน

13. ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอออล์เป็นประจำ

14. ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะฟาสต์ฟู้ด

ผลการประเมินประเมินโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดอุดตัน


คำแนะนำการดูแลสุขภาพหัวใจ

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
  2. งดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  3. ลดอาหารหวาน มัน เค็ม
  4. รับประทานผัก ผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม (4 ขีด)
  5. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม (ดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 )
  6. ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมันและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  7. ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน

วิตามินและสารอาหารเพื่อดูแลสุขภาพหัวใจ

  1. โคเอนไซม์ คิวเทนจากธรรมชาติ (Coenzyme Q10)

    ประโยชน์ สารสำคัญในการสร้างพลังงานของหัวใจ ช่วยบำรุงหัวใจให้ทำงานดีขึ้น ต้านอนุมูลอิสระที่ทำลายผนังหลอดเลือด ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 50-100 มิลลิกรัม

  2. น้ำมันปลา (Fish oil)

    ประโยชน์ ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ขนาดรับประทานที่แนะนำ โอเมก้า 3 วันละ 1,000 มิลลิกรัม

  3. วิตามินอี จากธรรมชาติ (Natural Vitamin E)

    ประโยชน์ สารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นในการลดอนุมูลอิสระที่ทำลายผนังหลอดเลือดหัวใจ ลดการอุดตันหลอดเลือดหัวใจ ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 400 IU

คำแนะนำการดูแลเพื่อลดไขมันในเลือดสูง

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
  2. งดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ที่ลดลงจะช่วยให้ตับถูกทำลายน้อยลง อีกทั้งยังทำให้ตับสามารถทำงานได้ดีขึ้น ในการช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด
  3. ลดอาหารหวาน มัน เค็ม นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารทอดและอาหารจากไขมันแปรรูป เช่น เนยเทียม (Margarine) เพราะเป็นอาหารที่มีไขมันทรานส์สูง หากรับประทานในปริมาณมากก็จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอล LDL เพิ่มสูงตามไปด้วย
  4. รับประทานผัก ผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม (4 ขีด)
  5. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม (ดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 ) จะช่วยให้การควบคุมระดับไขมันในเลือดสูงทำงานได้ดีขึ้นในระยะยาว
  6. ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมันและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  7. ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน
  8. เลิกสูบุหรี่ การเลิกสูบบุหรี่จะช่วยให้โคเลสเตอรอลชนิดที่ดีทำงานได้ดียิ่งขึ้น

วิตามินและสารอาหารเพื่อลดไขมันโคเลสเตอรอล และไขมันไตร์กลีเซอร์ไรด์สูงทั้งสองชนิด

  1. คริลล์ออย (Krill oil)

    ประโยชน์ ลดไขมันโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ ป้องกันไขมันอุดตันหลอดเลือด ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 500-1000 มิลลิกรัม

  2. น้ำมันกระเทียม (Garlic oil)

    ประโยชน์ ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดไขมันโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 2-5 มิลลิกรัม

  3. วิตามินอี จากธรรมชาติ (Natural Vitamin E)

    ประโยชน์ สารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นในการลดอนุมูลอิสระที่ทำลายผนังหลอดเลือดหัวใจ ลดการอุดตันหลอดเลือดหัวใจ ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 400 IU

คำแนะนำการดูแลเพื่อลดไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดสูง

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
  2. งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ที่ลดลงจะช่วยให้ตับถูกทำลายน้อยลง อีกทั้งยังทำให้ตับสามารถทำงานได้ดีขึ้น ในการช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด
  3. ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอดและอาหารจากไขมันแปรรูป เช่น เนยเทียม (Margarine) เพราะเป็นอาหารที่มีไขมันทรานส์สูง หากรับประทานในปริมาณมากก็จะทำให้ระดับโคเลสเตอรอล LDL เพิ่มสูงตามไปด้วย
  4. รับประทานผัก ผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม (4 ขีด)
  5. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม (ดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 ) จะช่วยให้การควบคุมระดับไขมันในเลือดสูงทำงานได้ดีขึ้นในระยะยาว
  6. ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมันและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  7. ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน
  8. เลิกสูบุหรี่ การเลิกสูบบุหรี่จะช่วยให้โคเลสเตอรอลชนิดที่ดีทำงานได้ดียิ่งขึ้น

วิตามินและสารอาหารเพื่อลดไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดสูง

  1. สารสกัดโพลีโคซานอล (Policosanol)

    ประโยชน์ ลดไขมันโคเลสเตอรอล ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 5-2 มิลลิกรัม

  2. น้ำมันกระเทียม (Garlic oil)

    ประโยชน์ ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดไขมันโคเลสเตอรอล ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 2-5 มิลลิกรัม

  3. วิตามินอี จากธรรมชาติ (Natural Vitamin E)

    ประโยชน์ สารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นในการลดอนุมูลอิสระที่ทำลายผนังหลอดเลือดหัวใจ ลดการอุดตันหลอดเลือดหัวใจ ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 400 IU

คำแนะนำการดูแลเพื่อลดไขมันไตร์กลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูง

  1. ลดการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่น้อย เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีนไขมันต่ำ ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ
  2. ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5 ครั้ง อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที เพราะการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะส่งผลดีต่อระดับไตรกลีเซอไรด์
  3. เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น มะกอก ถั่ว น้ำมันคาโนลา หรือปลาที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 อย่าง ปลาแองโชวี่ ปลาแซลมอนและปลาแมกเคอเรล เป็นต้น
  4. จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีทั้งแคลอรี่และน้ำตาลที่ส่งผลกระทบต่อระดับไตรกลีเซอไรด์ โดยการดื่มแอลกอฮอล์เพียงปริมาณน้อยก็สามารถเพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ให้สูงขึ้นได้
  5. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม (ดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 ) จะช่วยให้การควบคุมระดับไขมันในเลือดสูงทำงานได้ดีขึ้นในระยะยาว
  6. ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมันและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  7. ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน
  8. เลิกสูบุหรี่

วิตามินและสารอาหารเพื่อลดไขมันไตร์กลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูง

  1. น้ำมันปลา (Fish oil)

    ประโยชน์ ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ ป้องกันไขมันอุดตันหลอดเลือด ขนาดรับประทานที่แนะนำโอเมก้า 3 วันละ 2,000-4,000 มิลลิกรัม

  2. น้ำมันกระเทียม (Garlic oil)

    ประโยชน์ ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดไขมันไตร์กลีเซอร์ไรด์ ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 2-5 มิลลิกรัม

  3. วิตามินอี จากธรรมชาติ (Natural Vitamin E)

    ประโยชน์ สารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นในการลดอนุมูลอิสระที่ทำลายผนังหลอดเลือดหัวใจ ลดการอุดตันหลอดเลือดหัวใจ ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 400 IU

คำแนะนำการดูแลเพื่อลดความดันโลหิตสูง

  1. จำกัดปริมาณโซเดียมในอาหาร อาหารที่มีโซเดียมต่ำสามารถช่วยควบคุมความดันโลหิตได้ โดยในแต่ละวันไม่ควรบริโภคโซเดียมมากกว่า 2,300 มิลลิกรัม โดยดูฉลากอาหารและเครื่องปรุงรสก่อนรับประทาน
  2. การรับประทานอาหารต้านความดันสูง เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพและหัวใจ โดยจะเน้นผัก ผลไม้ และธัญพืช
  3. เลือกประเภทอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ ควรเลือกรับประทานอาหารที่เน้นธัญพืช ผักและผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ ปลา ควรหลีกเลี่ยงเนื้อแดง น้ำมันปาล์ม อาหารและเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยน้ำตาล
  4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะช่วยปรับระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงมากเกินไป
  5. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม (ดัชนีมวลกายไม่เกิน 25 ) ซึ่งสามารถช่วยให้การควบคุมความดันโลหิตทำได้ดีขึ้น
  6. จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  7. ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน จะช่วยลดโอกาสของโรคความดันสูงให้น้อยลงได้
  8. เลิกสูบุหรี่

วิตามินและสารอาหารเพื่อลดความดันโลหิตสูง

  1. น้ำมันปลา (Fish oil)

    ประโยชน์ ช่วยลดความดันโลหิต ขนาดรับประทานที่แนะนำ โอเมก้า 3 วันละ 3,000 มิลลิกรัม

  2. น้ำมันกระเทียม (Garlic oil)

    ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดความดันโลหิตสูง ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 2-5 มิลลิกรัม

  3. โคเอนไซม์ คิวเทนจากธรรมชาติ (Coenzyme Q10)

    ประโยชน์ ลดความดันโลหิต ขนาดรับประทานที่แนะนำ วันละ 100 มิลลิกรัม

ทำแบบประเมินอีกครั้ง หน้าหลัก