แบบประเมินความเสี่ยงภาวะจอประสาทตาเสื่อม

ยาลอราเซแพม (Lorazepam) หรือยาเอติแวน (Ativan) ใช้รักษาอาการวิตกกังวล (Anxiety) อยู่ในกลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) ออกฤทธิ์ที่สมองและระบบประสาทส่วนกลาง มีผลทำให้เกิดการสงบระงับ (Calming effect) โดยยาจะไปปรับสารเคมีตามธรรมชาติของร่างกายให้ดีขึ้น ซึ่งเรียกสารนั้นว่า GABA (Gamma-aminobutyric acid) เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยผ่อนคลายและบรรเทาความเครียด วิตกกังวล และความกลัว

เริ่มทำแบบประเมิน

แบบประเมินความเสี่ยงภาวะจอประสาทตาเสื่อม
ข้อ 1 / 8


1. ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ ออนไลน์ต่อเนื่อง 3 ชั่วโมงต่อวัน

2. ทำงานกลางแดดจ้า

3. สูบบุหรี่

4. โรคเบาหวาน

5. อายุมากกว่า 40 ปี

6. ทานผักผลไม้น้อย ไม่ถึง 4ขีด ต่อวัน

7. มีอาการตาแห้ง ตาล้า ปวดตา ตาแดง เป็นประจำ

8. มองเห็นภาพไม่ชัด พร่ามัว เรือนลาง

ผลการแบบประเมินความเสี่ยงภาวะจอประสาทตาเสื่อม


คำแนะนำการดูแลสุขภาพดวงตา

  1. สำหรับผู้ที่ทำงานหน้าจอทั้งวัน ให้ใช้กฏ 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที ให้พักสายตา 20 วินาที โดยการให้มองไกล 20 ฟุต
  2. สวมแว่นกันแดดทุกครั้ง ที่ออกแดด
  3. งดสูบบุหรี่ เพราะสารพิษในบุหรี่สามารถทำร้ายดวงตาได้
  4. ผู้ที่เป็นเบาหวาน ควรตรวจจอประสาทตาเพื่อดูว่ามีเบาหวานขึ้นตาหรือไม่ อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ที่สำคัญคือต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับปกติอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานขึ้นตาได้ดี
  5. ตรวจวัดความผิดปกติของสายตาเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 40 ขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาโรคตามากขึ้น ควรตรวจวัดความดันลูกตาอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อตรวจหาต้อหิน เพราะบางคนอาจเป็นต้อหินได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รักษาเป็นเวลานานจะทำให้สายตาเสื่อมลงหรือบอดได้
  6. รับประทานผักผลไม้หลากสีให้มากขึ้นอย่างน้อย 4 ขีดต่อวัน เพราะเป็นแหล่งของลูทีน และสารต้านอนุมูลอิสระปกป้องดวงตา
  7. ถ้ามีอาการตาแห้ง เช่น แสบเคืองตา ให้กะพริบบ่อยขึ้นเพื่อกวาดน้ำตามาเคลือบผิวตา หรือพักการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะ ถ้ายังมีอาการมาก การใช้น้ำตาเทียมหยอดตาจะช่วยบรรเทาอาการได้

วิตามินและสารอาหารเพื่อดูแลดวงตา

1.ลูทีน (Luteine) และซีแซนทิน (Zeaxanthin)

ประโยชน์ที่ได้รับ : ทำหน้าที่ช่วยกรองแสงสีน้ำเงินจากแสงแดดจ้า และแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และยังช่วยปกป้องเซลล์ของ ความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ถึงร้อยละ 50 ขนาดรับประทาน วันละ 6 มิลลิกรัม

2.บิลเบอร์รี่สกัด

ประโยชน์ที่ได้รับ :เพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอยในตา ขนาดรับประทาน วันละ 50 มิลลิกรัม

3.โอเมก้า 3 จากน้ำมันปลา

ประโยชน์ที่ได้รับ :ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจกและจอตาเสื่อม ลดอาการตาแห้ง ลดความดันลูกตา ขนาดรับประทาน วันละ 1000 มิลลิกรัม

4.สารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แร่ธาตุสังกะสี วิตามินซี วิตามินอี ทองแดง

ประโยชน์ที่ได้รับ ป้องกันและชะลอภาวะเบาหวานขึ้นตา โรควุ้นในตาเสื่อม ต้อกระจก และจอประสาทตาเสื่อม ขนาดรับประทาน ควรได้รับในปริมาณสูงพอ เพื่อการดูแลดวงตา เช่น แร่ธาตุสังกะสี วันละ 40-80 มก. วิตามินอี วันละ 400 IU

ทำแบบประเมินอีกครั้ง หน้าหลัก