แบบประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม

ยาลอราเซแพม (Lorazepam) หรือยาเอติแวน (Ativan) ใช้รักษาอาการวิตกกังวล (Anxiety) อยู่ในกลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) ออกฤทธิ์ที่สมองและระบบประสาทส่วนกลาง มีผลทำให้เกิดการสงบระงับ (Calming effect) โดยยาจะไปปรับสารเคมีตามธรรมชาติของร่างกายให้ดีขึ้น ซึ่งเรียกสารนั้นว่า GABA (Gamma-aminobutyric acid) เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยผ่อนคลายและบรรเทาความเครียด วิตกกังวล และความกลัว

เริ่มทำแบบประเมิน

แบบประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม
ข้อ 1 / 14


1. หาของใช้ในบ้านที่เก็บประจำไม่พบ

2. จำสถานที่ที่เคยไปบ่อย ๆ ไม่ได้

3. ทำสิ่งที่ตั้งใจจนเสร็จ แต่ต้องกลับไปทบทวนซ้ำอีก
(เช่น กลับไปเช็คว่าปิดประตูหรือยัง ปิดแก๊สหรือยัง)

4. ลืมของที่ตั้งใจว่าจะนำเอาออกไปนอกบ้านด้วย

5. ลืมเรื่องที่ได้รับฟังมาเมื่อวานนี้ หรือเมื่อ 2-3วันก่อน

6. ลืมเพื่อนสนิท ญาติสนิท หรือคนที่คบหากันบ่อย ๆ

7. ไม่สามารถเข้าใจเนื้อเรื่องในหนังสือพิมพ์หรือวารสารที่อ่าน และเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่เข้าใจได้

8. ลืมบอกข้อความที่คนอื่นฝากบอกให้อีกคนหนึ่ง

9. ลืมข้อมูลส่วนตัวของตนเอง เช่น วันเกิด ที่อยู่

10. สับสนในรายละเอียดของเรื่องที่ได้รับฟังมา

11. ลืมที่ที่เคยวางสิ่งของนั้นเป็นประจำหรือมองหาสิ่งของนั้นในที่ที่ไม่น่าจะวางไว้

12. หลงทางตอนเดินเล่น หรือเดินในที่ที่เคยไปบ่อยๆ

13. ทำกิจกรรมบางอย่างซ้ำๆ และนึกไม่ออกว่าตนได้ทำไปแล้ว เช่น ใส่เครื่องปรุงซ้ำๆ จนรสชาติอาหารผิดไปจากเดิมที่เคยทำ

14. เล่าเรื่องเดิมซ้ำ ทั้งที่เพิ่งเล่าจบไปให้ผู้ฟังคนเดิม

ผลการประเมินความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม


คำแนะนำการดูแลสมอง เพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อม

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้ฉับไวมากขึ้น
  2. ลองฝึกประลองปัญญา ทำให้สมองของคุณได้รับการกระตุ้นให้ทำงานดีขึ้นบ่อยครั้ง เช่น เล่นเกมส์ปริศนาอักษรไขว้ จะช่วยในเรื่องการเพิ่มสมาธิ คิดเลขโดยไม่ใช้เครื่องคิดแลข นับเลขถอยหลัง เดินถอยหลัง หัดใช้มือทั้ง 2 ข้าง
  3. บริหารจัดการความเครียดให้ดี เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เลี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ โดยการศึกษาระบุว่าคนที่เป็นโรคเครียดได้ง่ายจะมีอัตราที่เป็นโรคดังกล่าวได้มากถึง 2 เท่า โดยใช้เวลาไม่เกิน 5 ปี การนั่งสมาธิจะช่วยควบคุมระบบความจำได้ดีขึ้น หรือคุยกับ เพื่อนๆ จะทำให้ลดความเครียดลงได้
  4. ควบคุมความดันโลหิต ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ
  5. การกินอาหารที่ดี และมีประโยชน์ต่อสมอง

สารอาหารที่แนะนำ

  1. สารสกัดจากใบแปะก๊วย ช่วยการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงที่สมอง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาท จึงช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์
  2. น้ำมันปลา มีส่วนประกอบของกรดไขมันในกลุ่ม โอเมก้า-3 (Omega-3-polyunsaturated fatty acid) ให้ DHA (Docosahexaenoic acid) มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ความจำและความสามารถในการเรียนรู้
  3. เลซิติน อุดมไปด้วยสารโคลีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลิตสารสื่อประสาทที่ชื่อ อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) มีส่วนช่วยให้การทำงานของสมองและความจำ
  4. วิตามินบีรวม สำคัญต่อการสร้างพลังงานให้กับสมองและระบบประสาท ทำให้สมองปลอดโปร่ง โล่งสบาย อารมณ์ดีขึ้น และช่วยผ่อนคลายภาวะความเครียด
ทำแบบประเมินอีกครั้ง หน้าหลัก